กันยายน 26, 2022
UFABETWIN

UFABETWIN เบื่อแล้วไทยอยากไฟว้ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ขอย้ายโซนได้หรือ? ย้ายแล้วได้อะไร?

UFABETWIN ข่าวการขอย้ายการแข่งขันจากโซนอาเซียน  สู่โซนเอเชียตะวันออก  ของทีมชาติอินโดนีเซีย ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆเสียเเล้ว

UFABETWIN เมื่อน้ำผึ้งหยดเดียวในเกมยู-19 ชิงแชมป์อาเซียน ลากยาวมาถึงการมองหาผลประโยชน์และการผลักดันสู่การแข่งขันในที่ระดับสูงกว่า เพราะจะได้เจอกับทีมอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และ เกาหลีเหนือ บ่อยขึ้น

ทว่าเรื่องการขอย้ายโซนมันทำได้ง่ายๆแบบนั้นเลยหรือ? และถ้า อินโดนีเซีย ย้ายจาก เอเอฟเอฟ ไป อีเอเอฟเอฟ จริงจะมีใครได้และเสียผลประโยชน์อะไรบ้าง?

น้ำผึ้งหยดเดียว เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในโซนอาเซียนมาก่อน สำหรับการขอย้ายฝั่งของชาติสมาชิก เอเอฟเอฟ ยิ่งโดยเฉพาะกับทีมอย่าง อินโดนีเซีย หนึ่งในทีมแถวหน้าของอาเซียน เพราะพวกเขาเป็นหนึ่งในชาติผู้ก่อตั้ง เอเอฟเอฟ และมีส่วนในการตัดสินใจต่างๆของ เอเอฟเอฟ มาอย่างยาวนาน

แต่เรื่องมันเกิดขึ้นเพียงเพราะในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรุ่นยู-19 ที่เพิ่งจบลงไปไม่นาน (มาเลเซีย ได้เเชมป์) เนื่องจาก อินโดนีเซีย อยู่ร่วมสายเดียวกับ ไทย และ เวียดนาม ทว่าเมื่อเล่นจนถึงโปรแกรมนัดสุดท้าย ทั้ง 3 ทีมก็เบียดกันเพื่อแย่งโควตา 2 ทีมที่จะได้เข้ารอบน็อกเอาต์

UFABETWIN

อินโดนีเซีย ต้องเจอกับ เมียนมา ขณะที่ ไทย ต้องเจอกับ เวียดนาม และสถานการณ์ ณ เวลานั้น

คือ อินโดนีเซีย มี 8 แต้ม ไทย และ เวียดนาม มีทีมละ 10 แต้ม ดังนั้น หาก อินโดนีเซีย ชนะ เมียนมา ได้ พวกเขาจะมี 11 แต้ม และต้องมาลุ้นให้คู่ระหว่างไทยกับเวียดนามมีผลการแข่งขันออกหน้าไหนก็ได้ “นอกจากเสมอกัน” เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นทั้ง 3 ทีมจะมี 11 แต้มเท่ากัน และถึงแม้ อินโดนีเซีย จะมีประตูได้เสีย +15 ลูกมากที่สุดในบรรดา 3 ทีมก็ไม่มีความหมาย เพราะการหาทีมเข้ารอบน็อกเอาต์จะใช้กฎเฮดทูเฮด และถ้าแต้มเท่ากัน 3 ทีมจะต้องมีการวัด มินิลีก หรือการคิดคะแนนจากเกมที่ทั้ง 3 ทีมพบกันในรอบแบ่งกลุ่ม

เมื่อใช้กฎนี้ อินโดนีเซีย ที่เสมอทั้ง ไทย และ เวียดนาม ด้วยสกอร์ 0-0 จะต้องลุ้นให้คู่ระหว่าง ไทย กับ เวียดนาม มีผลแพ้ชนะ หรือถ้าจะเสมอก็ต้องเสมอ 0-0 เพราะถ้าเป็นแบบนั้นทุกทีมจะมีคะแนนมินิลีกเท่ากัน นั่นคือทีมละ 2 คะแนนและมีประตูได้เสียเป็น 0 ทั้งหมด ถ้าเป็นไปตามนี้ อินโดนีเซีย จะเข้ารอบเป็นเเชมป์กลุ่มด้วยประตูได้เสียที่ +15, เวียดนาม จะเข้าเป็นที่ 2 ด้วยประตูได้เสีย +9 ขณะที่ไทยจะตกรอบด้วยผลประตูได้เสียที่ +6

และอย่างที่เรารู้กัน ดราม่ามันก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อ อินโดนีเซีย ชนะ เมียนมา หายห่วง 5-1 ขณะที่คู่ของ ไทย กับ เวียดนาม จบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 เข้าตามกฎติกาที่กล่าวไว้ด้านบน อินโดนีเซียจึงตกรอบด้วยการแพ้การนับแต้มแบบมินิลีกไปโดยปริยาย

ซึ่งการตกรอบครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรถ้าในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมคู่เวียดนามและไทยไม่มีการเล่นแบบดึงเวลาให้จบเกม นักเตะทั้งสองทีมส่งบอลกันไปมาโดยไม่พยายามที่จะทำประตู และเล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เสียประตู เป็นเช่นนี้จนจบ 90 นาที ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับฝั่งอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก มีการโจมตีจากฝั่งเจ้าภาพว่า ไทย และ เวียดนาม พยายามจับมือกันเขี่ย อินโดนีเซีย ตกรอบ

ดังนั้น พวกเขายกระดับเรื่องนี้ให้ซีเรียสมากขึ้นด้วยการตัดสินใจยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนให้พิจารณา เมื่อมองว่า ไทย และ เวียดนาม เล่นไม่สมศักดิ์ศรี

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ทาง เอเอฟเอฟ ยังไม่ได้ส่งหนังสือตอบรับพิจารณาข้อร้องเรียนของสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียแต่อย่างใด ทำให้ล่าสุดทาง โมชาหมัด อิเรียวาน ประธานสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขู่ว่ามีแผนลาออกจากสมาชิกสหพันธ์เพื่อไปอยู่กับสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียตะวันออก หรือ อีเอเอฟเอฟ แทน และเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทางอินโดนีเซียเอาจริงเอาจังเป็นอย่างมาก

UFABETWIN

อีเอเอฟเอฟ ย้ายง่าย ๆ แบบนั้นเหรอ? 

อีเอเอฟเอฟ ที่ อินโดนีเซีย ทำเรื่องเพื่อขอย้ายไปอยู่โซนนั้นคือตัวแทนจากฝั่งเอเชียตะวันออกที่มีสมาชิก 10 ชาติ ได้แก่ จีน ไต้หวัน กวม ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ มาเก๊า มองโกเลีย และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา คำถามคือมันย้ายกันง่ายๆแบบนั้นเลยหรือหากว่ากันตามความเป็นจริง?

ว่ากันตามกฎแบบเป๊ะๆคือ การขอย้ายโซนถือว่าทำได้ และเคยมีการทำมาแล้วด้วยในอดีต ยกตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือการที่ชาติอย่าง ออสเตรเลีย ที่ว่ากันตามภูมิศาสตร์ พวกเขาอยู่ในโซนโอเชียเนีย ทว่าทีมฟุตบอลของพวกเขาก็ย้ายมาแข่งขันในโซนเอเชีย เพราะการมาเล่นที่โซนเอเชียนั้นจะมีโอกาสได้ไปฟุตบอลโลกง่ายกว่า เพราะโซนโอเชียเนียได้สิทธิ์เพียงครึ่งทีมเท่านั้นสำหรับการได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ขณะที่โซนเอเชียนั้นได้สิทธิ์ 4 ทีมครึ่ง

ออสเตรเลีย นำเรื่องนี้เสนอต่อ ฟิฟ่า เพื่อให้พิจารณา ก่อนที่การตัดสินจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี นั่นคือคณะกรรมการบริหารของ ฟิฟ่า เห็นชอบกับแนวคิดดังกล่าว โดยการยกมือเห็นชอบถูกเปิดเผย

โดย เซปป์ แบลตเตอร์ ประธาน ฟิฟ่า ณ เวลานั้น ที่เผยว่าการย้ายจากโซนโอเชียเนีย มายัง เอเชีย ของออสเตรเลียถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย เพราะชาติในโซนโอเชียเนียก็จะได้มีการแข่งขันที่สูสีขึ้น ชาติอื่นๆที่แพ้ออสเตรเลียทุกเมื่อเชื่อวันจะได้ลืมตาอ้าปากบ้าง เพราะออสเตรเลียนั้นเเข็งแกร่งเกินไป

ขณะที่ฝั่งเอเชียก็จะได้ทีมแกร่งที่เข้ามาช่วยเพิ่มระดับของการแข่งขันให้สูงขึ้นในการแข่งขันระดับทีมชาติและการแข่งขันระดับสโมสรชิงเเชมป์เอเชีย จากเหตุผลดังกล่าวคณะกรรมการของ ฟิฟ่า จึงยกมือรับรองเรื่องนี้ในท้ายที่สุด

ไม่ใช่แค่ออสเตรเลียเท่านั้น แต่การย้ายโซนแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับทีมอย่าง อิสราเอล ที่ก่อนหน้านี้เคยสังกัดอยู่กับโซนเอเชีย แต่ด้วยปัญหาทางการเมืองจึงทำให้อิสราเอลตัดสินใจย้ายอยู่กับโซนยุโรป

รวมถึง คาซัคสถาน ที่อยู่กับทวีปเอเชีย แต่ในช่วงก่อนทศวรรษ 2000s ก็ได้ตัดสินใจทำเรื่องย้ายไปอยู่กับโซนยุโรป เพื่อการพัฒนาฟุตบอลภายในประเทศ ขณะที่การย้ายโซนภายทวีปเอเชียก็เคยมีให้เห็น อย่างกรณีที่ อัฟกานิสถาน ย้ายจากเอเชียใต้ ไปอยู่ โซนเอเชียกลาง ด้วยผลประโยชน์ทางด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งก็สามารถทำได้เช่นกัน

กลับมาที่สถานการณ์ ณ ปัจจุบันของอินโดนีเซีย จะพบว่าการขอย้ายโซนจาก เอเอฟเอฟ ไปยัง อีเอเอฟเอฟ นั้นคือเรื่องที่เป็นไปได้ เพียงแต่ว่าของแบบนี้ต้องมีผลประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่ายเพื่อเป็นเหตุผลให้คณะกรรมการของ ฟิฟ่า ยกมืออนุมัติคำขอของอินโดนีเซีย

UFABETWIN