มกราคม 21, 2021
UFABETWINS

UFABETWINS ของดีที่ขายไม่ดี : เหตุใด แอร์ จอร์แดน 2 จึงกลายเป็น “แกะดำแห่ง แอร์ จอร์แดน” ?

UFABETWINS ไม่มีข้อครหาสำหรับความสำเร็จของ แอร์ จอร์แดน แบรนด์รองเท้าภายใต้ชายคาของ ไนกี้ ที่ปัจจุบันมีมูลค่าแบรนด์สูงถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

หรือเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยหลังจากที่เริ่มวางจำหน่ายรุ่นแรกในปี 1985 จนถึงปัจจุบันก็มีกว่า 35 รุ่นหลักเข้าไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่ในความสำเร็จอันมหาศาลนั้นจะมี “แกะดำ” ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรซ่อนอยู่เสมอ โดยหนึ่งในแกะดำที่ชัดเจนที่สุดซึ่งเราหยิบยกมากล่าวถึงในครั้งนี้ก็คือรุ่น แอร์ จอร์แดน 2 ถึงจะไม่มียอดขายเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่จากการที่ Bloomberg สำนักข่าวเศรษฐกิจ

ยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้เคยจัดอันดับ แอร์ จอร์แดน รุ่นที่ขายดีที่สุด 25 อันดับแรก ปรากฏว่าไม่มี แอร์ จอร์แดน ทู รวมอยู่ในนั้น และถือเป็นรุ่นเดียวใน 13 รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในช่วงที่ ไมเคิล จอร์แดน ยังเล่นบาสเกตบอลอาชีพอยู่ซึ่งไม่อยู่ในลิสต์นี้ เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอเป็นหลักฐานยืนยันได้แล้วว่า แอร์ จอร์แดน 2 นั้นไม่ได้รับความนิยมจริง ๆ ไม่ใช่อุปทานหมู่แต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ แอร์ จอร์แดน 2 ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่สำคัญ

UFABETWINS

ที่สุดในอาชีพนักบาสเกตบอลของ จอร์แดน เรียกได้ว่าเป็นคู่สร้างตำนานก็ว่าได้ อีกทั้งยังผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูงกว่ารุ่นอื่น ๆ แต่ทำไมผลตอบรับถึงไม่เป็นดังหวัง รองเท้าสร้างตำนาน ส่งตรงจากอิตาลี “การคว้าแชมป์ว่ายากแล้ว การรักษาแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า” ปีเตอร์ มัวร์ ดีไซเนอร์ของ ไนกี้ ผู้ออกแบบ แอร์ จอร์แดน 1 น่าจะเป็นหนึ่งในคนที่เข้าใจประโยคนี้อย่างกระจ่างแจ้งที่สุด เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า

แอร์ จอร์แดน 1 นั้นประสบความสำเร็จมหาศาลขนาดไหน ถึงขั้นขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสนีกเกอร์ที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ดังนั้นความกดดันมหาศาลจึงถามโถมมาที่เขาทันทีเมื่อต้องรับหน้าที่ทำให้ แอร์ จอร์แดน 2ให้ออกมายอดเยี่ยมไม่แพ้รุ่นแรก เพื่อสร้างสรรค์รองเท้าให้ออกมายอดเยี่ยม ทาง ไนกี้ จึงได้ส่ง บรูซ คิลกอร์ อีกหนึ่งดีไซเนอร์มือดี ที่ภายหลังได้ไปสร้างตำนานกับรุ่น แอร์ จอร์แดน 1 ให้มาช่วย มัวร์ ด้วยอีกแรง

การผลิต แอร์ จอร์แดน 2 เกิดขึ้นในปี 1986 ซึ่งถือเป็นช่วงที่ จอร์แดน กำลังรุ่งโรจน์สุด ๆ กับเส้นทางนักบาสเกตบอล และมันก็ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์นอกสนามของเขาด้วย จอร์แดน เริ่มกลายเป็น “แฟชั่นนิสต้า” ที่แต่งตัวจัดจ้าน ใส่สูทราคาแพง นอกจากนั้นยังมีทองคำเส้นใหญ่ห้อยอยู่ที่คอด้วยเสมอ ดังนั้นบรีฟที่ 2 ดีไซเนอร์ได้รับจาก ไนกี้ จึงเป็นบรีฟที่ต้องการให้รองเท้ารุ่นใหม่นี้ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์ของ ไมเคิล จอร์แดน

มากที่สุด นั่นก็คือ “รองเท้าบาสเกตบอลที่โดดเด่นทั้งเรื่องประสิทธิภาพในสนามและแฟชั่น เน้นความหรูหรา สามารถนำมาใส่คู่กับชุดสูทได้อย่างไม่เคอะเขิน” เรียกได้ว่าเป็นบรีฟที่โหดหินพอสมควรเลยทีเดียว เมื่อรู้ถึงแนวทางที่ควรจะเป็นของ แอร์ จอร์แดน 2 แล้ว ทั้ง ปีเตอร์ มัวร์ และ บรูซ คิลกอร์ ก็รู้ได้ในทันทีว่าถ้าจะเดินตามรอย แอร์ จอร์แดน 1 คงไม่ได้อย่างแน่นอน พวกเขาต้องทำอะไรที่แปลก และแตกต่างไปกว่า

นั้นให้มาก ที่สำคัญคือต้องเข้ากับบรีฟที่ได้รับมาด้วย ดังนั้นทั้งคู่จึงตัดสินใจบินลัดฟ้าสู่ประเทศอิตาลี “เมด อิน อิตาลี” ถ้ามีคำนี้ปรากฏอยู่บนสินค้าแฟชั่นเมื่อไร ภาพลักษณ์ของมันก็จะดูหรูหราขึ้นมาทันที นั่นคงเป็นความคิดของ ไนกี้ และดีไซเนอร์ ดังนั้นรองเท้า แอร์ จอร์แดน 2 โอจี ทุกคู่จึงถูกผลิตขึ้นในประเทศอิตาลี โดยการออกแบบเน้นความเรียบง่าย แต่หรูหราด้วยสีขาวโทนแดง พวกเขาจึงจำเป็นต้องตัดโลโก้

Swoosh ที่ดูสปอร์ตออกไป ส่วนโลโก้ แอร์ จอร์แดน วิง นั้นยังคงอยู่ที่ลิ้นรองเท้าเหมือนเดิม นอกจากนั้นเพื่อเพิ่มความหรูหรา แอร์ จอร์แดน 2 ยังผลิตในส่วนอัปเปอร์ด้วยวัสดุหนังอิตาลี (Italian Leather) และส่วนมิดโซลด้วยหนังอีกัวน่าราคาแพง พร้อมวัสดุโพลียูรีเทนในบริเวณพื้นรองเท้าเพื่อประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทกที่ดียิ่งขึ้น อีกหนึ่งความพิเศษคือในช่วง 2 เดือนแรกที่มีการวางจำหน่าย ก็จำกัดแค่เฉพาะ

ในร้านค้า 30 แห่งใน 19 เมืองของประเทศอิตาลีเท่านั้น ก่อนที่จะวางจำหน่ายทั่วโลกในภายหลัง เรียกได้ว่าทุกกระบวนการตั้งแต่การออกแบบ ผลิต และจำหน่ายนั้นพรีเมี่ยมสุด ๆ ไมเคิล จอร์แดน สวมใส่ แอร์ จอร์แดน 2 ต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกในเกมบาสเกตบอลการกุศลศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิษย์เก่านอร์ธแคโรไลนาเมื่อวันที่ 6 กันยายน 1986 แต่ที่ทุกคนน่าจะจดจำได้จริง ๆ ก็น่าจะเป็นในโฆษณาของ ไนกี้

UFABETWINS

ที่ จอร์แดน ลอยตัวกลางอากาศแบบสโลว์โมชั่น พร้อมด้วยสโลแกน “rock-a-baby” ในตำนาน ก่อนที่ในฤดูกาล 1986-87 หลังจากที่ ไมเคิล จอร์แดน หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บ เขาก็ได้ใส่ แอร์ จอร์แดน 2 ลงสนามอย่างเป็นทางการ ไมเคิล จอร์แดน ไม่เคยออกมาพูดอย่างเป็นทางการว่าเขาชอบหรือไม่ชอบรองเท้ารุ่นนี้ มีแต่ข่าวลือที่ปล่อยออกมา บ้างก็ว่าเขาชอบมันมาก บ้างก็ว่าเขาเกลียดมันสุด ๆ อย่างไรก็ตามนั่น

ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะความจริงอันเที่ยงแท้คือ ไมเคิล จอร์แดน สามารถทำแต้มได้สูงถึง 50 แต้ม ในเกมที่พบกับทีม นิวยอร์ก นิกส์ ซึ่งเป็นเกมแรกที่เขาสวมรองเท้ารุ่นนี้ลงสนาม นอกจากนั้นตลอดฤดูกาล 1986-87 ไมเคิล จอร์แดน ก็สามารถทำแต้มได้เกิน 3,000 แต้ม นับเป็นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ เอ็นบีเอ ที่ทำได้ใน 1 ฤดูกาลต่อจาก วิลท์ แชมเบอร์เลน ปิดท้ายด้วยสถิติแต้มเฉลี่ยต่อเกมที่ 37.09 ซึ่งสูงที่สุดในอาชีพ

นักบาสเกตบอลของเขา ถึงแม้ว่าในปีนั้น ไมเคิล จอร์แดน จะไม่ได้แหวนแชมป์ และพลาดตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าให้กับ แมจิก จอห์นสัน ไปก็ตาม แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่า แอร์ จอร์แดน 2 คือหนึ่งในรองเท้าที่สร้างตำนานให้กับ ไมเคิล จอร์แดน ยอดเยี่ยมขนาดนี้ แต่ทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จ ? จากที่กล่าวไปเห็นได้ว่า แอร์ จอร์แดน 2 มีแต่เรื่องราวดี ๆ อีกทั้งยังใช้วัสดุคุณภาพสูง

มันก็ควรจะประสบความสำเร็จสิ แล้วทำไมถึงกลายมาเป็นประเด็นในบทความนี้ได้ล่ะ ? การใช้วัสดุคุณภาพสูง และผลิตที่ประเทศอิตาลีถือเป็นดาบสองคมก็ว่าได้ เพราะด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นมาก ทำให้วันแรกที่เริ่มวางจำหน่าย ทุกคนก็ตกตะลึงทันที ในขณะที่ แอร์ จอร์แดน 1วางจำหน่ายด้วยราคาคู่ละ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ แอร์ จอร์แดน 2 ราคากลับพุ่งไปถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ เรียกว่าเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

นอกจากราคาจะแพงแล้ว ปีเตอร์ มัวร์ และ บรูซ คิลกอร์ ยังได้ฆ่าตัวตายซ้ำสอง พวกเขามัวแต่คิดว่าต้องการสร้างภาพ แอร์ จอร์แดน 2 ให้ออกมาหรูหรา จึงตัดสินใจให้รุ่นนี้ไม่มีโลโก้ Swoosh โดยลืมคิดไปว่าหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่คนตัดสินใจซื้อรองเท้า ไนกี้ หรือ แอร์ จอร์แดน ก็เพราะโลโก้ Swoosh นี่แหละ

คลิ๊กเลย >>>  https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล